หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน
















ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  เครื่องราง พระอาจารย์ป้อม
  พระเครื่อง พระอาจารย์ป้อม
  พระเครื่อง หลวงพ่อสวัสดิ์
  พระเครื่อง หลวงปู่พิมพ์มาลัย
  พระเครื่อง หลวงพ่อสง่า
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    ขอจงมองให้เห็นกันและกัน

     ขอจงมองให้เห็นกันและกัน

      ว.วชิรเมธี

     

              เมื่อไม่ได้รับการต้อนรับ พระพุทธเจ้าเสด็จจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จากวัดหนึ่งไปสู่อีกวัดหนึ่ง โดยไม่ได้รับการต้อนรับจากผู้ใดเลย พระบางรูปและอุบาสกบางคนรู้สึกไม่ชอบพระองค์ เพราะทรงเรียบง่ายและดูซอมซ่อจนเกินไป มีเพียงบาตรสะพายอยู่เบื้องหลัง ไม่เหมือนพระบางพวกที่ครองจีวรไหมและอื่นๆ พวกพุทธศาสนิกชนก็ไม่

    ขณะเดียวกัน บาทหลวงคริสเตียนได้พบพระองค์และปฏิบัติกับพระองค์ด้วยเมตตา ด้วยคิดว่าพระองค์เป็นพระที่ดี เป็นผู้ทรงศีล มีเพียงบาทหลวงคริสเตียนเท่านั้นที่เห็นพระพุทธองค์มีค่า พระพุทธองค์เสด็จสัญจรจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง ขณะเดียวกันมีอุบาสกผู้มีความรู้ท่านหนึ่งติดตามพระองค์ไปตลอด ดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับพระพุทธองค์บ้าง ในที่สุด คืนนั้นอุบาสกได้เข้ามาใกล้พระพุทธเจ้ากราบทูลว่า “พระคุณเจ้าขอรับ ท่านไม่ได้รับการต้อนรับเลยสักแห่งเดียวไม่ว่าจะเป็นวัดหรืออุบาสก เพราะท่านไม่ได้เป็นพวกเดียวกับเขา

              เท่าที่ดูจากท่าทางและลักษณะของท่าน ผมสงสัยว่าท่านน่าจะเป็นพระในแบบโบราณ ผมขออนุญาตถามท่านได้ไหมว่าท่านอายุเท่าไหร่” “นับแต่วันเกิดของเราจนถึงปัจจุบัน ถ้านับกันจริงๆ น่าจะมากกว่าสองพันห้าร้อยปี” พระพุทธองค์ตรัสตอบ ชายผู้นั้นตระหนักว่าพระภิกษุตรงหน้าคือ พระพุทธเจ้า เขาทูลถามว่า “ท่านคือพระพุทธเจ้าใช่ไหม” “ใช่ เราคือพระพุทธเจ้า” “ดูสิ พระองค์คือพระพุทธเจ้า

              ถึงแม้พวกเขาจะเคารพพระองค์สร้างรูปเหมือนของพระองค์ แต่ในชีวิตของพระองค์ เมื่อพระองค์ไปหาพวกเขา พวกเขากลับไม่ต้อนรับพระองค์ นี่คือสภาพการณ์ของพระพุทธศาสนาในประเทศศรีลังกาในปัจจุบัน ขอได้โปรดรับนิมนต์ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จักจัดหาที่พักและทุกสิ่งที่พระองค์จำเป็นต้องใช้สอย”

              ทั้งหมดนี้คือเรื่องเล่า ถ้าพระพุทธองค์เสด็จมาจริงๆ ในวันนี้ สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น โชคดีที่ท่านจะไม่เสด็จมา เพราะมันคือเรื่องเล่า (คัดจากหนังสือมนต์ขลังลังกา โดยพนิตา อังจันทรเพ็ญ) สถานการณ์ในเมืองไทยของเราเวลานี้ ก็คงไม่ต่างไปจากศรีลังกาในขณะนั้น ที่มีการป้ายสีกันและกันให้เป็นฝักฝ่าย หรือบางทีก็ก้าวไกลจนมองเห็นเป็นภูตผีปีศาจ กระทั่งเราไม่สามารถที่จะมองเห็น “ความเป็นคน” ของคนที่อยู่ตรงหน้าได้

              เมืองไทยแม้จะเป็นเมืองพระ เมืองพุทธ แต่ก็ไม่มีใครสนใจจะใฝ่ฟังธรรมะ หรือต่อให้พระพุทธองค์เสด็จมาเป็นคนกลางก็คงจะถูกปฏิเสธ คนเรานั้น พอเลือกที่จะหลับหูหลับตาจนไม่เหลือพื้นที่ให้กับสามัญสำนึกพื้นฐานที่พึงมีต่อเพื่อนมนุษย์เสียแล้ว ก็จะตกเป็นทาสของการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ป้ายสี เกลียดชัง และอยากให้ฝ่ายตรงข้ามหายนะให้ถึงที่สุด

              และอาการสุดท้ายของโรคแบ่งฝ่ายก็คือ การมองเห็นคนไม่ใช่คน หากแต่เห็นคนเป็น “สัตว์ (มิคสัญญี)” พอการเมืองทำให้คนป่วยถึงขั้นนี้เมื่อไหร่ ก็ให้ระวังไว้เลยว่า สงครามกลางเมืองกำลังจะตามมา


    • Update : 29/8/2554
    © Copyright 2011 www.watnongmuang.com All rights reserved 999arch