หน้าแรก สมาชิก รายการวัตถุมงคล ตะกร้าวัตถุมงคล วิธีชำระวัตถุมงคล วิธีบูชาวัตถุมงคล ประวัติวัด ติดต่อวัด เว็บบอร์ด
สมาชิก Log in
อีเมล์
รหัสผ่าน
สมัครสมาชิกใหม่
ลืมรหัสผ่าน
















ค้นหาวัตถุมงคล
 
 
 
หมวดวัตถุมงคล
  เครื่องราง พระอาจารย์ป้อม
  พระเครื่อง พระอาจารย์ป้อม
  พระเครื่อง หลวงพ่อสวัสดิ์
  พระเครื่อง หลวงปู่พิมพ์มาลัย
  พระเครื่อง หลวงพ่อสง่า
วัตถุมงคลของคุณ
รหัสวัตถุมงคล ราคา จำนวน
ยังไม่มีวัตถุมงคลอยู่ในตะกร้า
  • ชำระค่าวัตถุมงคล
  • แก้ไขรายการวัตถุมงคล
  • วิธีสั่งบูชาวัตถุมงคล
  •  

    พระอภัยมณี/39

    ตอนที่ ๕๔  มังคลาชิงโคตรเพชร

                พระมังคลาปรึกษาการสงครามกับสองพระน้อง และสองนัดดาว่า เมืองการะเวกไม่ใช่วงศ์ญาติได้มาหมิ่นประมาท เมืองลังกาเอาโคตรเพชรของเมืองลังกาไป คิดจะไปตีเอาคืน พวกอำมาตย์ราชเสนากับบรรดาขุนนาง จะมีความเห็นอย่างไร
                ฝ่ายผู้เฒ่าได้ฟังรับสั่งจึงทูลทัดทานว่า เมืองการะเวกเป็นเมืองใหญ่มีไพร่พลมาก มีราชครูชื่อ โลกเชษฐเป็นผู้วิเศษ มีเวทมนตร์ดลคาถา ทหารเสือก็ล้วนแกล้วกล้าในการรบ แก้วเก็จเพชรนั้นพระเสาวคนธ์ได้ขอจากพระชนนี และพระชนนีก็ให้ไปด้วยไมตรี จึงไม่ควรหาญหักยกทัพไปรบ ถ้ารู้เรื่องไปถึงเมืองผลึกกับเมืองรมจักร ก็จะพร้อมกันมาช่วยรุกรบ จะเสียไพร่พลและต้องทนทุกข์ทั้งเกาะลังกา

    เสียไมตรีมิหนำเสียอำนาจ ต้องขาดญาติขาดวงศ์เผ่าพงศา
    แม้จะใคร่ได้เพชรแก้วเก็จมา ควรพูดจาปราศรัยเป็นไมตรี
    เขาขอเราเราก็ขอต่อเขาบ้าง ตามเยี่ยงอย่างต่างบำรุงซึ่งกรุงศรี
    ขอพระองค์ทรงจังหวัดปถพี อย่าให้มีเสี้ยนศึกจงตรึกการ ฯ
                พระหัสกันว่าคำของอำมาตย์นั้น เหมือนสตรีขี้ขลาด กลัวเหนื่อยยาก ทำให้เสื่อมเกียรติยศศักดิ์
    ถึงขัดเคืองเมืองผลึกรมจักร พระไม่รักชาติเชื้อนับเนื้อไข
    เขากลับเราเล่าก็จะกลัวอะไร ใครตีได้ดูกันสมันเกอ
    อันเกิดมาสามัญเป็นอันขาด ย่อมรักชาติชีวีไม่มีเสมอ
    พระชุบย้อมหม่อมฉานเป็นหลานเธอ ขออย่าเพื่อด่วนเสด็จเหน็ดเหนื่อยองค์
    ฯลฯ
                แล้วขออาสาไปเมืองการะเวก เอาเพชรเอกกลับมา ถ้าทำไม่ได้ก็ขอให้ลงโทษผลาญชีวิตตน พระมังคลาได้ฟังก็เห็นด้วย
    อันพวกเราเหล่าฝรั่งเชื่อฟังพระ ไม่ปนปะเป็นญาตินอกศาสนา
    เจ้ายกไปให้ทูตเข้าพูดจา ฟังเจ้าการะเวกก่อนคิดผ่อนปรน
    ฯลฯ
                แล้วให้วายุพัฒน์ จัดทัพไปกำกับพระอนุชาหัสกัน ให้เป็นกองหนุน ทั้งสองพระนัดดารับบรรหารแล้ว ก็ออกไปจัดไพร่พลไปประจำเรือ ทัพหน้ามีร้อยลำ ทัพหลังมีห้าร้อยลำ เสร็จแล้วออกเดินทางไป
                กล่าวถึงเจ้าเมืองการะเวก เมื่อบุตรีหาย บุตรชายร้าง ก็ให้เศร้าโศกอาลัย บรรดาข้าเฝ้าท้าวพระยาเสนาใน ก็พลอยหม่นไหม้ เศร้าโศกเสียใจไปด้วยเจ้านาย กลางคืนเกิดมีดาวหางเป็นลางเมือง
    อากาศลั่นครั่นครื้นเหมือนปืนก้อง กาก็ร้องเอาลาท้องฟ้าเหลือง
    อุกกาบาตผาดพุ่งแสงรุ่งเรือง ตกกลางเมืองมีลางต่างต่างกัน ฯ
                คืนหนึ่งเจ้าเมืองนิมิตฝันว่า จระเข้เหราไล่มาเข้าคาบ ขบกัดองค์เจ็บปวดล้มลง ลุยเลนตกน้ำแล้วดำหนี สองพระหน่อมาช่วยขับไล่ฆ่าตีเหราจระเข้าไป แล้วอุ้มองค์ขึ้นแท่นรัตน์ทรงเครื่องเรืองจำรัสชัชวาล พอมีเสียงขานฆ้องรุ่ง ก็สะดุ้งตื่นรู้ว่าฝันร้าย จึงตรัสบอกพระมเหสี พระนางทูลให้ไปเชิญทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์มาทำนายฝัน
      ฝ่ายพราหมณ์ครูผู้ใหญ่อยู่ในตึก  กับเมียนึกสนุกนั่งอยู่ทั้งสอง
    เล่นดอกสร้อยปล่อยแก่แก้กันลอง ท่านยายร้องตารับหน้าทัพตาม
    ถึงท่อนปลายกลายร้องเป็นอุณรุท ยายเป็นอุษาเมินขวยเขินขาม
    ท่านตารำทำบทดูงดงาม โลมยายพราหมณ์ตามทำนองยิ้มย่องกัน
    ฯลฯ
                พอเสียงเขามาเรียกก็รู้ว่าเจ้าเมืองมีรับสั่งให้หาจึงไปเข้าเฝ้าทั้งสองคน เมื่อไปถึงวังแล้วก็ลงจากพระเสลี่ยงทอง ที่ไปรับมาเดินขึ้นบนปรางค์ปราสาทชัย เจ้าเมืองเชิญให้ไปนั่งบนแท่นทองทั้งสองคน นมัสการแล้วตรัสเล่าความฝันให้ทำนาย
      ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์แจ้งเหตุฝัน ลงเลขวันยามนิมิตสอบดิถี
    ก็รู้ความตามวิสัยว่าไพรี  จะย่ำยีหยาบช้าให้อาดูร
    แล้วชำระพระเคราะห์จำเพาะร้าย จะพลัดพรายโภคัยเสียไอศูรย
    ราหูเสาร์เข้าถึงที่ระวีมูล จึงเทียบทูลทำนายว่าร้ายนัก
    ฯลฯ
                แล้วทูลว่า อันจระเข้เหราคือข้าศึก จะทำให้เสียยศศักดิ์ แต่หน่อนาถราชบุตรีจะพร้อมกันผลาญไพรี ให้พระองค์ทรงมหาอานุภาพได้ ปราบปรปักษ์สูงศักดิ์ศรี ข้าต้นร้ายปลายมือจะดี ให้เดือนสี่จะได้รับผลร้ายหลายประการ
    เหมือนพระรามข้ามสมุทรไปหยุดทัพ ไมยราพจับจำขังแทบสังขาร
    ต้องสะเดาะเคราะห์ชำระพระชะตา ตามตำราแก้ไขพอให้คลาย ฯ
                แล้วปาโมกข์โลกเชษฐก็ทำพิธีแก้อันตราย และสะเดาะห์เคราะห์ให้เจ้าเมืองอยู่ในศีลสัตย์
      ฝ่ายเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร ตั้งเตรียมการรบศึกไม่นึกหนี
    กรมวังนั่งยามตามอัคคี ขึ้นหน้าที่ทุกตำแหน่งจัดแจงการ ฯ
                ฝ่ายฝรั่งลังกาที่เป็นกองหน้า มีพระหัสกันเป็นายทัพ ต่างก็แล่นเรือตามเข็ม มุ่งหน้ามาทิศอาคเนย์ มาถึงสะดือสมุทร เหล่ากำปั่นก็หวนหันเห คลื่นทะเลใหญ่ขย่อนเรือจนคลอนโคลง
    ย้ายแยกแตกกระบวนบ้างทวนกลับ ยิงปืนรับเรียกกันขวันโขมง
    ต้องคลี่คลายสายข้างระยางโยง ให้ใบโปร่งเปิดสูงพยูงลำ
    ลฯ
                ครั้นเข้าเขตเมืองการะเวก ต้นหนก็เอาแผนที่ถวาย พระหัสกันก็ส่องกล้องเห็นเรือรายอยู่ไกล
                ฝ่ายเรือตระเวณด่านของเมืองการะเวก มีอยู่ประมาณร้อยเศษ ออกตรวจเขตขัณฑ์ เห็นกำปั่นแล่นมาจึงยิงปืนเป็นสัญญา แล่นสวนออกไปเข้าใกล้จนเห็นหน้าคนแขก จึงให้ล่ามร้องถามไปว่า ฝรั่งอย่างไรจึงไม่หยุด ฝ่ายฝรั่งลังกาไม่ราใบ เมื่อเรือมาใกล้จึงแกล้งลวงว่า จะไปเฝ้าเจ้าเมืองการะเวก เคยมีตรามาไปเป็นไมตรีถึงจะไม่ให้ไปก็ไม่ฟัง
    ชาวด่านว่าอย่าเข้าไปยังไม่ชอบ ผิดระบอบเยี่ยงอย่างแต่ปางหลัง
    ถึงไมตรีมีมาตราทุกครั้ง ต้องหยุดยั้งอยู่แต่นอกจะบอกไป
    ฯลฯ
      ฝรั่งว่าถ้าเป็นทูตถือรับสั่ง ควรยับยั้งตามบทในกฎหมาย
    นี่องค์ท่านหลานท้าวเป็นเจ้านาย มาแต่ฝ่ายฟากฝั่งกรุงลังกา
    ฯลฯ
    กองตระเวนเจนสมุทรจึงพูดแก้ อย่าว่าแต่สุริยวงศ์พระองค์ไหน
    ถึงหน่อนาถราชโอรสยศไกร มาแต่ไกลก็ต้องห้ามตามทำนอง
    ฯลฯ
                ฝ่ายฝรั่งลังกายังดื้อดึงแล่นเรือฝ่าเข้าไป กองตระเวณเข้าสะกัดกั้นเกิดสู้รบกัน แล้วกองตระเวณก็ให้เรือใช้ ไปกราบทูลท้าวเจ้าเมืองการะเวก กรุงกษัตริย์ทราบเรื่องว่า หัสกันบุตรสุดสาครยกมาก็ให้กรมท่า ออกไปรับหัสกันเข้าเมือง พระหัสกันกล่าวแกล้งแถลงไข แก่อำมาตย์ที่ไปรับว่า
    เพราะลูกสาวเจ้าพาราการะเวก ลักเพชรเอามาไว้ในไอศวรรย์
    จะมาทวงดวงจินดาพูดจากัน พวกมึงนั้นกั้นการปิดทางไว้
    ฯลฯ
                แล้วถามว่าโคตรก้อนแก้วเก็จเป็นเจ็ดสีนั้น เอาไปไว้ที่ใด อำมาตย์ก็ตอบว่า เมื่อคราวไปลังกานั้น ตนก็ไปด้วยและได้ตามหน่อไทไปเที่ยว ดูเมืององค์วัณฬาได้พาเดินไปบนเนินเพชร ได้ให้แก้วเก็จกับพระธิดา เมื่อเลิกทัพกลับมายังเมืองการะเวกก็ได้นำไปไว้ที่เขาเนาวรัตน์ การที่หัสกันมาหาว่า ลักเพชรมานั้นเหมือนเแกล้งพาล พูดดื้อไม่ถือสัตย์ แล้วต่อว่าหัสกันไปหลายประการ หัสกันได้ฟังก็โกรธให้จับอำมาตย์ลงอาญา แล้วสั่งให้ไพร่พลกระทำการ
    ให้รุมเข้าเผาพาราการะเวก มันโหยกเหยกแย่งริบให้ฉิบหาย
    แต่สาวสาวเอาไว้ใช้อย่าให้ตาย พบผู้ชายจงฟันให้บรรลัย ฯ
      ฝ่ายนายทัพรับสั่งแล้วตั้งโห่ เฮโลโล้กำปั่นเสียงหวั่นไหว
    ต่างรับเข้าอ่าวเมืองแน่นเนืองไป ไม่มีใครรับสู้ทั้งบุรี
    ฯลฯ
                  ชาวเมืองหมายว่ามาโดยดี จึงยืนดูอยู่ริมตลิ่งทั้งหญิงชาย พอทัพหน้าลังกามาถึงวังก็ขึ้นฝั่ง จุดเพลิงไหม้เผาบ้านเมือง พอทัพหลังมาถึงก็ช่วยทัพหน้าจุดไฟเผา ชาวเมืองต่างตื่นตกใจหนีแตกกระจัดกระจาย
                 ฝ่ายท้าวเจ้าเมืองการะเวกกับองค์เอกมเหสี พร้อมทั้งบรรดาแสนสุรางค์พอเพลิงไหม้ มาใกล้วังก็จะหนีออกนอกประตูวัง แต่ท่านครูห้ามไว้
    จะหนีออกนอกประตูท่านครูห้าม รู้ว่ายามเคราะห์ค่อยคิดถอยหลัง
    จนค่ำไฟไหม้ครื้นเสียงปืนดัง อุตส่าห์นั่งนิ่งภาวนามนต์ ฯ
                แล้วทิศาปาโมกข์โลกเชษฐก็อ่านพระเวทย์เป็นห่าฝนให้ไฟดับ ทำให้ไพร่พลโยธาของข้าศึก ถูกฝนโซมต้องกลับไปกำปั่น พอรุ่งเช้าชาวเมืองต่างหนีเร้น และฝนก็หาย กองทัพเมืองลังกาจึงตั้งค่ายไว้ รายรอบขอบกำแพงเมือง
      เจ้าาวายุพัฒน์หัสกันเกณฑ์ทหาร ให้ถือขวานคนละเล่มล้วนเข้มแข็ง
    ฟันประตูดูประหลาดพลิ้วพลาดแพลง จนสิ้นแรงรู้ว่าฤทธิ์วิทยา
    ฯลฯ
                ทหารที่พยายามปืนกำแพงเมืองมีอันเป็นไปด้วยประการต่าง ๆ จึงคิดอุบายถ่ายเททำเล่ห์กล ให้พวกพลร้องบอกชาวเมืองว่า กองทัพลังกามาตั้งล้อมเมืองไว้หมดแล้ว เปรียบเหมือนขังไว้มิให้หนี ถ้าผู้ใดออกมาหาแต่โดยดี จะให้มีชื่อเสียงและชุบเลี้ยงไว้ ขอให้เร่งเปิดประตูเมืองออกมา
                ฝ่ายบรรดาข้าเฝ้าชาวเมืองได้รายรักษาเมืองทุกหน้าที่ แล้วร้องตอบไปว่า พวกฝรั่งลังกานั้น
    ทั้งลวงหลอกยอกย้อนทำซ่อนเงื่อน เผาบ้านเรือนร้ายกาจนอกศาสนา
    หากพระองค์ทรงคิดถึงบิดา โปรดให้มามึงจึงได้มาใกล้กราย
    ฯลฯ
      เจ้าหัสกันสั่งให้ไพร่ว่าอ้ายโง่ มึงเหมือนโคคอกขังจะสังขาร์
    วิสัยศึกลึกล้ำเป็นธรรมดา มีปัญญาย่อมจะได้ด้วยง่ายดาย
    ผู้ใดเซอะเคอะคะจะเป็นเหยื่อ เปรียบเหมือนเนื้อทั้งปวงติดบ่วงหวาย
    จงกลับใจไหว้กราบอย่าหยาบคาย บอกเจ้านายมึงให้รู้ว่ากูนี้
    ฯลฯ
                บอกว่าตนตามมาทวงดวงเพชรอันเตร็จตรัส แล้วท้าทายให้ออกมารบกัน
      พวกขุนนางต่างว่าเหวยฝรั่ง พระจอมวังวรนาถเหมือนราชหงส์
    จะสู้กาหน้าดำที่ต่ำวงศ์ จะเสียทรงเสียนวลไม่ควรเลย
                แล้วก็กล่าวลำเลิกไปถึงนางยุพา นางสุลาลี ที่เป็นแม่ของวายุพัฒน์ และหัสกัน ทั้งสององค์ได้ฟังก็ให้ตันจิต คิดคั่งแค้นจะตีหักเข้าเมือง ก็ต้องมนต์มือตีนอ่อน จึงคิดแก้ไขให้ฆ่าไก่เป็ด แพะแกะ โคควาย เอาเลือดไปสาดรอบทั้งขอบเขต เพื่อทำลายเวทมนต์ไสยให้เสื่อมหาย แล้วเร่งทัพเข้าตีเมืองแต่ไม่เป็นผล ทั้งสององค์เห็นจะเข้าตีเมืองต่อไปไม่ไหว จึงให้เสนีย์เมืองการะเวก ที่ต้องจำอยู่นั้นนำไปขุดหินได้แก้วเก็จโคตรเพชรมา
    ทลายเขาเนาวรัตน์ด้วยขัดแค้น เก็บหัวแหวนเกิดใหม่ได้หนักหนา
    ให้กองทัพจับเหล่าชาวพารา ลงเรือล่าเลิกทัพถอยกลับไป ฯ
                ฝ่ายท้าวเจ้าเมืองการะเวกต้องถอยยศ บ้านเมืองไหม้ไพร่นายล้มตาย
    เป็นคราวเคราะห์เพราะประมาทจึงพลาดพลั้ง แทบเสียทั้งนิเวศน์ขอบเขตขัณฑ์
    หากท่านครูผู้เฒ่าเหมือนเผ่าพันธุ์ ช่วยผันแปรแก้กันอันตราย
                แล้วทรงปรารภกับพระมเหสีว่า มีลูกเต้าไม่เหมือนเพื่อนทั้งหลาย พากันสูญหายไปหมด เหมือนลูกยางห่างต้นหลุดล่อนไป แล้วทูลเป็นเหตุ เพราะเคราะห์วิบัติให้พรัดพรากไป พอเคราะห์ดีก็จะกลับมาเอง  ที่เกิดศึกเข็ญครั้งนี้เพราะไปแก้พระอภัย ทั้งพระธิดาและพระโอรสไปช่วยรบกับกรุงลังกา ทำให้ฝรั่งคั่งแค้น จึงมาแก้แค้น จึงควรให้ทหารถือสารไปแจ้งกับพระอภัยมณี
    ด้วยพวกพ้องของท่านล้วนหลานลูก มาดูถูกรบพุ่งเผากรุงศรี
    ให้ทราบความตามวิสัยเป็นไมตรี ดูท่วงทีเธอบ้างจะอย่างไร ฯ
                ท้าวเจ้าเมืองการะเวกได้ฟังก็เห็นจึงให้แต่งสาร ตามเรื่องเมืองลังกาไปถึงท้าวเจ้าเมืองผลึก

    • Update : 16/6/2554
    © Copyright 2011 www.watnongmuang.com All rights reserved 999arch